VAR จุดโทษ ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก ในครั้งนี้กำลังถูกขนานนามให้เป็น “ฟุตบอลโลกแห่งลูกตั้งเตะ” เพราะหลังจากที่ทั้ง 32 ทีมลงสนามกันไปทีมละแมตช์ ประตูรวมที่เกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์นี้มาจากลูกตั้งเตะเกินกว่าครึ่ง ขณะที่ วีเออาร์ หรือวิดีโอช่วยตัดสินกลายเป็นตัวช่วยให้แต่ละทีมได้ประตูจากลูกตั้งเตะมากขึ้นไปอีก

จากทั้งหมด 26 ประตูในเกมแรกที่ทุกทีมลงสนาม มีถึง 14 ประตูที่มาจากลูกตั้งเตะไม่ว่าจะเป็น เซ็ตพีช, เตะมุม, ฟรีคิก, จุดโทษ รวมกันเป็น 53.8% หรือเกินกว่าครึ่งของประตูทั้งหมดและมากกว่าประตูที่เกิดจากโอเพ่นเพลย์เสียอีก ขณะที่ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่อย่างศึก ยูโร 2016 ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์มีประตูที่เกิดจากลูกเซ็ตพีช 30% ส่วนใน ฟุตบอลโลก 2014 มีประตูจากเซ็ตพีช 38%

มัดส์ เดวิดเซ่น ประธานฝ่ายเทคนิคของ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี สโมสรยักษ์ใหญ่ในจีนให้ความเห็นว่าลูกเซ็ตพีชเป็นความหวังในการทำประตูมากกว่าโอเพ่นเพลย์เพราะแต่ละชาติมีเวลาเตรียมทีมกันน้อยมาก “บอลทัวร์นาเมนต์มักจะมีเปอร์เซ็นต์การได้ประตูจากลูกเซ็ตพีชมากกว่าบอลลีกเพราะว่ามันง่ายในการเตรียมตัวและการฝึกซ้อม เหตุผลคือในระดับทีมชาติมักจะมีปัญหาเรื่องเวลาในการฝึกซ้อมร่วมกันจึงเป็นเรื่องยากที่จะลงรายละเอียดเรื่องสไตล์การเล่นของทีม

นอกจากนี้ วีเออาร์ ที่ถูกนำมาประเดิมใช้งานใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ยังมีบทบาททำให้ประตูจากลูกจุดโทษเพิ่มมากขึ้น โดยใน ฟุตบอลโลก 2014 มีลูกจุดโทษเกิดขึ้นทั้งหมด 13 ครั้งตลอดทั้งรายการแต่ ฟุตบอลโลก ครั้งนี้มีจุดโทษเกิดขึ้นไปแล้วถึง 10 ครั้งและยังมีโอกาสจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ขอบคุณข้อมูลจาก : MThai.com
ลิงค์บทความ : https://sport.mthai.com/worldcup/353301.html